Swipe to the right
สุดยอดเคล็ดลับการถนอมอาหาร

สุดยอดเคล็ดลับการถนอมอาหาร

18 October
Home & Living
2994 Views
แบ่งปัน:

ซาร่าเชื่อว่า สำหรับเหล่าแม่บ้านแล้ว นอกจากเรื่องของการซื้อของเข้าครัวแล้ว การถนอมอาหารก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แม่บ้านหลายๆคนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียวเชียวล่ะค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด หรืออาหารแห้ง การถนอมอาหารนั้นก็จำเป็นมาก เพราะมีเพียงแม่บ้านบางส่วนเท่านั้นที่ซื้อวัตถุดิบมาแล้ว ใช้ทำอาหารทั้งหมดเลย โดยไม่เหลือเก็บไว้ทำในวันอื่น ส่วนใหญ่จะซื้ออาหารสด หรืออาหารแห้งมาไว้เยอะๆ เพื่อตุนไว้ทั้งเดือนนั่นเอง

การถนอมอาหารนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซาร่าเลยจะมาแนะนำวิธีถนอมอาหารที่สามารถทำได้ง่ายดาย และช่วยยืดอายุอาหารที่คุณซื้อมาให้เก็บได้ในระยะเวลาที่นานมากขึ้นกว่าเดิม โดยไม่ทำให้เสียรสชาติ และคงความสดใหม่ให้กับอาหารได้เป็นอย่างดี

การถนอมอาหาร


การถนอมอาหาร (food preservation) คือ วิธีการยืดอายุของอาหาร ชะลอการเสื่อมเสียของอาหาร จากสาเหตุต่างๆ ทั้งด้าน จุลินทรีย์ เคมี และทางกายภาพ โดยการถนอมอาหารจะเน้นการรักษาคุณภาพด้านต่างๆของอาหาร ทั้งทางด้านรสชาด คุณค่าทาง โภชนาการให้เป็นที่ยอมรับ และทำให้อาหารไม่บูดเน่าเสียหายง่าย และปลอดภัยสำหรับผู้กิน

การถนอมอาหาร สามารถช่วยในเรื่องของความประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเงินในการซื้ออาหารเพิ่มเกินความจำเป็น ช่วยยืดอายุของอาหารสดให้เก็บรักษาไว้บริโภคได้เป็นเวลานาน สามารถเก็บรักษาอาหารที่หายากบางชนิดให้มีบริโภคตลอดปี ช่วยเก็บสะสมอาหารไว้รับประทานยามขาดแคลน และยังช่วยรักษาคุณลักษณะและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไว้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ



วิธีการถนอมอาหาร

การถนอมอาหารสามารถทำได้สามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นของสด หรือของแห้ง ก็สามารถทำได้ ช่วยยืดอายุของอาหารให้อยู่ได้นานกว่าที่เคยค่ะ

การถนอมอาหารแบบชั่วคราว

เป็นอาหารถนอมอาหารในระยะเวลาสั้นๆ ในระหว่าง 1 วัน - 6 เดือน ส่วนมากใช้สำหรับอาหารสด เช่น กับข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปลา เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว นั่นเองค่ะ

1. การถนอมอาหารด้วยการอุ่นด้วยความร้อน

โดยส่วนมากการถนอมอาหารด้วยวิธีอุ่นด้วยความร้อนนั้นมักจะนิยมใช้กับอาหารที่ได้รับการปรุงแล้ว เป็นอาหารที่เรากินไปแล้วเหลือ ต้องการที่จะเก็บไว้กินอีกในครั้งถัดไป ก็สามารถทำได้ด้วยการอุ่นด้วยความร้อน เพื่อเป็นการยืดอายุของอาหารให้อยู่ได้นานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

2. การถนอมอาหารด้วยการปั่นกรอง

วิธีถนอมอาหารด้วยการปั่นกรอง มักนิยมใช้กับผัก และผลไม้ เป็นการลดปริมาณจุลินทรีย์ในอาหารให้ลดน้อยลง และเพิ่มระยะเวลาในการบูดเสียให้ยาวนานออกไป เพราะการปั่นจะทำให้เกิดการตกตะกอนของจุลินทรีย์ลงด้านล่าง

3. การถนอมอาหารด้วยการแช่เย็น แช่แข็ง

การแช่เย็น เป็นวิธีการถนอมอาหารที่แม่บ้านหลายๆคนมักจะใช้กัน เพราะสามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมาย เพียงแค่เก็บอาหาร หรือวัตถุดิบต่างๆใส่ในกล่องเก็บอาหารในตู้เย็นของคุณ นิยมใช้สำหรับการถนอมอาหารหลายประเภท เช่น อาหารที่ทำการปรุงแล้ว วัตถุดิบต่างๆ ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่างๆ และการแช่แข็งเป็นการถนอมอาหารที่ช่วยให้อาหารของคุณมีอายุที่ยาวนานกว่าการแช่เย็นปกติ

การถนอมอาหารแบบแช่เย็น และแช่แข็ง นอกจากจะช่วยเรื่องของการยืดอายุอาหารให้ยาวนานมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผัก และผลไม้มีความสดใหม่อยู่เสมอ จึงทำให้แม่บ้านหลายๆคนใช้วิธีนี้ในการถนอมอาหารกัน

4. การถนอมอาหารด้วยการดองเค็ม

วิธีกาถนอมอาหารด้วยการดองเค็มมักจะนิยมใช้กับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น ปลาร้า ปลาเค็ม และผลไม้ เช่น มะยมดอง มะม่วงดอง มะกอกดอง เป็นต้น

ซึ่งวิธีการดองด้วยความเค็ม สามารถยืดอายุของอาหารได้มากกว่า 6 เดือนเลยล่ะค่ะ สามารถนับเป็นการถนอมอาหารแบบถาวรได้เลยทีเดียว

5. การถนอมอาหารด้วยความหวาน

ความหวานที่ใช้ในการถนอมอาหารส่วนใหญ่จะใช้น้ำตาลทรายเป็นหลัก เพราะสามารถหาได้ง่าย แถมยังมีราคาถูก นอกจากนั้นยังเป็นน้ำตาลที่ปราศจากโปรตีน และไขมัน จึงไม่มีสารอาหารอื่นของจุลินทรีย์ น้ำตาลได้จากการสลัดพืชหรือผลไม้ เช่น องุ่น อ้อย มะพร้าว ตาล ฯลฯ

ส่วนน้ำตาลที่ใช้ในการถนอมอาหารมักจะนิยมใช้น้ำตาลทรายขาวฟอกบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลปี๊ปหรือน้ำตาลตาลโตนด

วิธีที่นิยมใช้ในการถนอมอาหารด้วยความหวานนั้นส่วนมากก็จะเป็นการการแช่อิ่ม การเชื่อม จะใช้กับผลไม้เป็นส่วนใหญ่ เพราะสามารถทำได้ง่าย และคงความหวานของผลไม้ได้เป็นอย่างดี

แต่สำหรับการบริโภคอาหารที่ใช้ความหวานเป็นตัวถนอมอาหารนั้นค่อนข้างจำกัด เพราะความหวาน หรือน้ำตาลนั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน และโรคตับ หากใครจะลองไปทำ ก็ต้องบริโภคแต่น้อย เพื่อสุขภาพของตัวเอง

6. การถนอมอาหารด้วยความเปรี้ยว

ความเปรี้ยวที่นิยมนำมาใช้ในการถนอมอาหารมักเป็นความเปรี้ยวที่ได้มาจากน้ำส้มสายชู ซึ่งมีกรดอะซิติกเป็นส่วนผสม เมื่อนำอาหารแช่ลงไปในน้ำส้มสายชู ความเปรี้ยวของกรดอะซิติกจะแทรกเข้าไปในอาหารทำให้จุลินทรีย์หยุดการเจริญเติบโต เพราะไม่สามารถดูดซึมรสเปรี้ยวได้

7. การถนอมอาหารด้วยการหมัก

เป็นวิธีการถนอมอาหารที่คุ้นเคยมากสำหรับคนไทย เพราะมีการถนอมอาหารด้วยวิธีนี้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน มักจะใช้วิธีนี้กับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น ปลา ก็จะมีเมนูชื่อ ปลาจ่อม ปลาส้ม เนื้อหมู นำมาทำแหนม ไส้กรอก หรือหม่ำนั่นเอง

การถนอมอาหารด้วยการหมักจะอาศัยจุลินทรีย์ชนิดผลิตกรดเป็นสำคัญในการถนอมอาหาร เพราะจุลินทรีย์จำพวกนี้จะผลิตกรดออกมา และแทรกอยู่ในเนื้ออาหาร ทำให้อาหารมีรสเปรี้ยวหรือมีความเป็นกรด จนจุลินทรีย์ชนิดอื่นไม่สามารถเติบโตได้

การถนอมอาหารแบบถาวร

เป็นอาหารถนอมอาหารในระยะเวลาที่ยาวนานมากขึ้นกว่าเดิม จะมีอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป โดยส่วนมากการถนอมอาหารแบบถาวรนั้นนิยมทำให้แห้งสนิท และใช้กับเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่ เพราะผักนั้นจะเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ง่าย

1. การทำแห้งด้วยความเย็น

การทำแห้งด้วยความเย็น เป็นการถนอมอาหารด้วยวิธีการสมัยใหม่ที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง เรียกว่า กระบวนการฟรีซดราย ที่เป็นการถนอมอาหารโดยนำอาหารไปแช่แข็งอย่างรวดเร็วแห้งสนิท เพื่อให้ปราศจากความชื้นอันเกิดจากน้ำ

การทำให้อาหารแข็งตัวให้ความเย็นสูงอย่างรวดเร็วจะเป็นการรักษาคุณค่าทางโภชนาการ กลิ่น รสชาติ และคุณลักษณะต่างๆ ของอาหารไว้ได้มากที่สุด อาหารที่แช่แข็ง และดูดอากาศออกแล้ว ถ้าบรรจุในกระป๋องหรือห่อที่ปิดสนิท อากาศไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ จะทำให้อาหารนั้นเก็บไว้ได้นาน

การถนอมอาหาร


2. การทำแห้งด้วยการตากแดด

เป็นวิธีการถนอมอาหารที่ใช้มากันอย่างยาวนาน นิยมใช้กับเนื้อสัตว์ และผลไม้ เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกวาง เนื้อหมู เนื้อปลา ผลไม้ตระกูลเบอร์รี แอปเปิ้ล และลูกพีชนั้นเองค่ะ

ซึ่งการทำแห้งด้วยการตากแดดเป็นกระบวนการลดปริมาณน้ำในอาหารให้ลดน้อยลงหรือหมดไป มีหลักการคล้ายกับทำแห้งด้วยความเย็น แต่การตากแห้งจะอาศัยความร้อนจากแสงอาทิตย์ทำการระเหยน้ำในอาหารออกไป

อาหารที่ต้องการถนอมรักษาด้วยวิธีการตากแดดจึงต้องมีลักษณะที่เอื้อต่อการเผาผลาญของแสงแดด ความร้อนจะต้องสามารถกระจายได้อย่างทั่วถึง อาหารที่ต้องการเก็บรักษาไว้เป็นเวลานาน ต้องตากแดดหลายแดด ทั้งนี้เพื่อให้น้ำในอาหารระเหยออกไปจนหมดอย่างแท้จริง

3. การทำแห้งด้วยการย่าง การรมควัน

การถนอมอาหารด้วยวิธีนี้ มีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายๆประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา อินเดีย จีน หรือแม้กระทั่งประเทศไทยของเรา ซึ่งวัตุดิบที่นิยมมาใช้นั้นส่วนมากก็เป็นปลา เนื้อหมู เนื้อสัตว์ ไส้กรอก

การถนอมอาหารด้วยการย่าง และการรมควัน นอกจากจะช่วยยืดอายุของอาหารแล้วนั้น ยังช่วยให้อาหารมีรสชาติที่เข้มข้น และยังช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยค่ะ

4. การทำแห้งด้วยการอบ

การถนอมอาหารด้วยการทำแห้งด้วยการอบนั้นมีความคล้ายกับการทำแห้งด้วยการย่าง หรือการรมควัน การอบเป็นการทำแห้งวิธีหนึ่งที่เกิดจากการนำอาหารไว้ในเตาอบที่มีความร้อนสม่ำเสมอ ใช้ระยะเวลาในการอบที่เหมาะสมกับแต่ละวัตถุดิบ เช่น เนื้ออบแห้ง ผลไม้อบแห้ง

การทำแห้งด้วยการอบนั้นใช้เวลาการทำแห้งที่เร็วกว่าการตากแดด เพราะมีอุณหภูมิที่สูงกว่า แต่สามารถกำหนดอุณหภูมิได้ การอบเป็นการระเหยน้ำออกจากอาหาร เมื่อขาดน้ำ จุลินทรีย์จะไม่สามารถเจริญเติบโตได้นั่นเองค่ะ



แต่สำหรับคุณแม่บ้านที่ต้องการวิธีการถนอมอาหารที่สามารถทำได้ในบ้าน ซาร่าก็จะมาแนะนำให้ทุกคนได้ลองไปทำกันค่ะ เพื่อที่จะได้ยืดอายุของอาหารได้มากกว่าเดิมด้วยวิธีง่ายๆกันค่ะ

1. เนื้อสัตว์ และอาหารทะเล

สำหรับแม่บ้านแล้ว เป็นธรรมดาที่จะซื้อเนื้อสัตว์ และอาหารทะเลมาเก็บไว้หลายๆโล เพื่อที่จะไม่ต้องออกไปซื้อบ่อยๆ แถมยังลดค่าใช้จ่าย แต่วิธีที่จะสามารถเก็บเนื้อสัตว์ และอาหารทะเลได้เป็นเวลานานนั้นสามารถทำได้ด้วยการแยกประเภทเนื้อสัตว์ ล้างทำความสะอาด และทำการหั่น ตัดแบ่งแยกถุงให้พอใช้ในแต่ละครั้ง ช่วยให้สะดวกในการหยิบใช้มากกว่าเดิม

2. ผักสด

ผักสดเป็นวัตถุดิบที่เหี่ยวเฉา และเน่าเสียได้ง่ายมาก ซึ่งจะสามารถถนอมได้ด้วยการดึงส่วนที่เน่าเสียออกไปก่อน ล้างทำความสะอาด นำไปแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาวางไว้ให้สะเด็ดน้ำ นำทิชชูแผ่านใหญ่มาห่อไว้เพื่อดูดซับความชื้น แยกเป็นชนิดเก็บใส่ถุงพลาสติกหรือถุงซิปล็อกที่ปิดสนิท แช่ในช่องผักของตู้เย็น

การใช้วิธีนี้สามารถคงความสดได้นานประมาณ 2 สัปดาห์ สำหรับผักบางชนิด เช่น ผักชี พริก ผักกาดหอม ไม่ควรล้างน้ำเข้าตู้เย็น เพราะจะเน่าเสียไวกว่าปกติ

3. มะนาว

ในการเก็บรักษามะนาวให้ใช้ได้นานนั้นสามารถทำได้ด้วยการคั้นน้ำใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด หรือใส่ในภาชนะที่เอาไว้สำหรับทำน้ำแข็ง แล้วจึงนำไปแช่ช่องแช่แข็ง เมื่อจะใช้ ก็สามารถตักมะนาวนั้นมาละลาย หรือทิ้งไว้เฉยๆในอุณหภูมิห้องปกติ แล้วจึงนำมาปรุงอาหารได้

4. เห็ด

ไม่ควรล้างเห็นทันทีที่ซื้อมาจากตลาด หากต้องการยืดอายุของเห็ดให้มีความสดใหม่ และไม่เน่า ควรเก็บเห็ดเอาไว้ในถุงกระดาษโดยที่ห้ามล้างน้ำโดยเด็ดขาด เพราะว่าหากเห็ดโดนน้ำขึ้นมาเมื่อไร ก็จะเน่าเร็วมากขึ้นเท่านั้นนั่นเองค่ะ แล้วจึงนำไปเข้าไปเก็บไว้ในตู้เย็น

5. ธัญพืช

โดยปกติแล้ว ธัญพืชนั้นสามารถใส่ขวดมีฝาปิดไว้ได้อย่างปกติ สามารถเก็บไว้ในที่อุณหภูมิห้องที่มีความแห้งและไม่ร้อนจนเกินไป แต่ถ้าจะเก็บไว้ให้นาน ๆ หรือไม่ค่อยได้หยิบมากินบ่อยเท่าไหร่นัก ควรนำไปแช่ในตู้เย็นจะดีกว่า

สำหรับวิธีการถนอมอาหารนั้นสามารถทำได้อย่างหลากหลายวิธี สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม และความถนัดของแต่ละคน แต่ใครมีวิธีถนอมอาหารแบบอื่น ก็มาแบ่งปันวิธีให้คนอื่นๆ ได้รู้กันนะคะ



ข้อมูลจาก พืชเกษตร

บทความแนะนำ ดูทั้งหมด

8 Apr

เมนูอร่อยง่ายๆ ทำได้ในไมโครเวฟ

ซาร่ากลับมาอีกแล้วกับเมนูกักตัวที่แม้จะไม่มีเตา ไม่มีกระทะ ก็ทำได้ง่ายๆค่ะ เรียกว่าทั้งครัวไม่ง้อเครื่องครัวใด...

7 Apr

5 วิธีใช้เครื่องดูดฝุ่นให้คุ้มค่า

ฝุ่น PM 2.5 ยังไม่หายไปไหน หน้าร้อนที่ลมแรงก็ฝุ่นเยอะไม่แพ้หน้าไหนกันเลย ยิ่งพี่น้องที่อยู่ทางภาคเหนือต้องพจญก...

3 Apr

เปิดแอร์อย่างไร ให้ค่าไฟไม่พุ่ง

นาทีนี้สิ่งที่ร้อนแรงแซง Covid 19 ก็คงจะมีแต่อากาศร้อนบ้านเรานี่ล่ะค่ะ แน่นอนว่าบ้านที่มีแอร์ก็กระหน่ำเปิดกันท...

3 Apr

ล้างมือถูกต้อง ป้องกัน Covid-19

สถานการณ์ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในประเทศไทยของเรานั้น เป็นที่รู้กันว่ายังไม่มีท่าทีที่จะดีขึ้น การแพร่ระบาดของ...